นิราศธารโศก 1 โดย เจ้าฟ้ากุ้ง

นิราศธารโศก 1

เจ้าฟ้าธรรม ท่านแท้ พยายาม

ธิเบศร์ กุมารนาม บอกแจ้ง

ไชยเชษฐ ปัฐคาม ภิรภาพ

สุริยวงศ์ ทรงกาพย์แกล้ง กล่าวเกลี้ยงโคลงการ

กาพย์โคลงชมเถื่อนถ้ำ ไพรพง

เจ้าฟ้าธิเบศร์ทรง แต่งไว้

อักษรบวรผจง พจนาดถ์

ใครอ่านวานว่าให้ เรื่อยต้องกลโคลง

บทชมโฉม

สองชมสองสมพาส สองสุดสวาทสองเรียงสอง

สองกรสองตระกอง สองคลึงเคล้าเฝ้าชมกัน

สองชมสมพาสสร้อย ศรีสมร

สองสมพาสสองเสมอนอน ครุ่นเคล้า

สองกรก่ายสองกร รีบรอบ

สองนิทร์สองเสน่ห์เหน้า แนบน้องชมเชย

ชมเผ้าเจ้าดำขลับ แสงยับยับกลิ่นหอมรวย

ประบ่าอ่าสละสลวย คือมณีสีแสงนิล

ชมเกศดำขลับเจ้า สาวสลวย

แสงระยับหอมรวย กลิ่นแก้ว

ละเอียดเสียดเส้นสวย ประบ่า

คือมณีเนื้อแล้ว คลับคล้ำแสงนิล

ไรน้อยรอยระเบียบ เปนระเบียบเทียบตามแนว

ริมเกล้าเพราสองแถว ปีกผมมวยรวยไรนาง

ไรน้อยรอยแหนบทึ้ง ถอนแถว

เป็นระเบียบตามแนว รอบเกล้า

ริมเผ้าเพราพริ้งแวว แลเลิศ

ผมมวยรวยปีกเจ้า เรียบร้อยไรงาม

พิศงามตามนะลาต สายสุดสวาทผาดผายขึง

ราบผ่องดวงพอพึง ฤดีกลุ้มคลุ้มดวงแด

พิศพรรณนะลาตเจ้า ใครถึง

สุดสวาทผาดผายขึง อ่าหน้า

ราบผ่องดวงพอพึง ใจโลก

ยวลฤดีในหล้า คลั่งคลุ้มใฝ่ฝัน

ชมขนงก่งเกาทัณฑ์ ดำเป็นมันกันเฉิดปลาย

เป็นระเบียบเรียบรอยราย ชายชำเลืองเยื้องยวลงาม

ภมูธนูหน่วงน้าว เหมือนหมาย

ดำมีมันกันปลาย เฉิดช้อย

ระเบียบเรียบงามชาย ชมชื่น

เหลือบแลแต่สักน้อย เพริศพริ้งเพราคม

ชมน้องสองไนยนา แลมาชายละลายอารมณ์

เพราพริ้มยิ้มตาคม เป็นมันเคลือบเหลือบแลงาม

พิศน้องสองเนตรพริ้ม เพราคม

ขนเนตรงามสวยสม สั่งด้วย

เมียงม่ายชายเชยชม แสนลาภ

เป็นโทษหรือเกรงม้วย เษกซร้องมองดู

นาสาอ่าแลเลิศ งามประเสริฐเกิดด้วยบุญ

เหมือนของามลมุน ลม่อมเจ้าเพราเพริศจริง

นาสิกแลเลิศล้ำ ใครปูน

งามแง่แท้เที่ยงบุญ เลื่องหล้า

คือของอสวยสุน ทเรศ

เพราเพริศพริ้งจริงเจ้า อ่าพ้นฝูงหญิง

โอฐงามยามยิ้มแย้ม คางแสล้มแก้มเปรียบปราง

ทองแท่งแกล้งขัดกลาง ทาผิวเนื้อเยื่อใยนวล

โอฐงามยามยั่วยิ้ม แดงสอง

แฉล้มคางปรางเปรียบทอง ก่องแก้ม

ผิวพรรณสุวรรณปอง เทียบทาบ

นิ่มเนื้อเมื่อสรวลแย้ม ยิ่งเย้าใจชาย

พิศฟันรันเรียบเรียบ เป็นระเบียบเปรียบแสงนิล

พาทีพี่ได้ยิน ลิ้นกระด้างช่างเจรจา

ชมทันต์รันเรียบริ้ว เรียมถวิล

ระเบียบเรียบแสงนิล ย่องย้อย

พาทีพี่ฟังยิน พจนาดถ์

ลิ้นเล่ห์เสนาะเพราะถ้อย กล่าวเกลี้ยงเสียงใส

พิศกรรณอันนฤมล กลีบอุบลยลเปรียบปลาย

หูไงใจแม่นหมาย คอยสั่งใดได้ยินเร็ว

กรรณาน้อยแน่งเนื้อ นฤมล

คือกลีบอุบลยล เลื่องหล้า

หูไวใจแม่นผล บุญแต่ง

เรียมคอยสั่งใดเจ้า ด่วนได้ยินพลัน

พิศพักตร์ลักขณาน้อง เป็นนวลผ่องก่องกลมหมาย

แจ่มจันทร์วันเพ็ญฉาย นวลงามนักพักตร์อรเหมือน

ชมพักตร์ลักษณ์อ่าอ้าง โฉมฉาย

นวลผ่องกล่องกลมหมาย มุ่งต้อง

แจ่มจันทร์วันเพ็ญคลาย มูลเมฆ

นวลพักตราแห่งน้อง พี่นี้มีเหมือน

พิศพรรณกัณฐาน้อง ริ้วตกปล้องนวลผจง

กล่อมเทียบเปรียบคอหงส์ ไม่ยาวยื่นชื่นชมงาม

กัณฐาพิศเพ่งเจ้า สมองค์

ริ้วปล่องผ่องนวลผจง เปล่งปล้อง

กลมเทียบเปรียบคอหงส์ รวยรูป

สวยสมกลมคอน้อง ห่อนหยื้นยาวงาม

ชมบ่าอ่างามผาย อกหมายราบปราบกดานทอง

นมเคร่งเต่งทั้งสอง คือบงกชสดดอกขาว

ชมกายผายบ่าเจ้า ชายปอง

ทรวงราบปราบกดานทอง เรียบร้อย

นมเคร่งเต่งเต้าสอง เคียงคู่

คือบงกชสดน้อย เต่งตั้งดวงขาว

กรน้อยทั้งสองข้าง เปรียบงวงช้างพระอินทรา

เปลากลมสมกายา ยามเมื่อเจ้าเท้าแขนงาม

กรน้อยเปรียบเช่นช้าง ไอยรา-

วัณแต่งวงเอามา เทียบเจ้า

เปลากลมสมกายา เรียวรูป

คราวเมื่อน้องนั่งเท้า อ่อนล้ำแขนงาม

นิ้วนางพี่พิศเพี้ยน เล็บย้อมเทียนแสงเฉิดฉัน

นิ้วแดงแสงมีพรรณ กลมคือปั้นฟั่นเทียนกลึง

นิ้วนางเรียวรูปต้อง ตาเรียม

เล็บแดงทับทิมเทียม ก่ำแก้ว

นิ้วแดงใคร่และเลียม โลมลูบ

งามเปรียบเทียนฟั่นแล้ว ช่างซ้ำเกลากลึง

เอวอรอ่อนรทวย สะอาดสวยรวยรูปจริง

น้องอ่ากว่าฝูงหญิง งามแต่เจ้าเล่าฦาโฉม

เอวอรอ่อนพี่หย้อม แอบอิง

สมสอดสวยรวยจริง จึ่งเหล้า

น้องอ่ากว่าฝูงหญิง ในโลก

รูปร่างงามแต่เจ้า เลื่องหล้าฤาโฉม

นาภีพี่นอนแนบ บางระแทบแอบอิงองค์

ตระโพกรัดบขัดทรง รวาดรวายชายพอใจ

นาภีพี่แนบเน้น นวลผจง

บางระแทบแอบองค์ นิ่มน้อง

ตะโพกรัดบขัดทรง รวยรูป

สูงระวาดชายต้อง ชอบเนื้อพึงใจ

ชมเพลาเจ้าเรียวรวย คือต้นกล้วยสวยสดเปลา

เข่าแข้งงามกว่าเพลา หรือพรหมกลึงจึงนางงาม

อุรูดูเรียบร้อย คือเหลา

ลำกล้วยกลมปลายเปลา ห่อนแห้ง

ชังฆาธนูเหลา เฉลิมรูป

หรือว่าพรหมกลึงแกล้ง แต่งให้นางงาม

บาทางค์นางทั้งคู่ ดูก็งามตามกายา

นิ้วน้อยสร้อยสมสา รูปของเจ้าเพลาครบครัน

บาทางค์ทั้งคู่ต้อง เตือนตา

ชมแต่บนเกศา ตราบเท้า

นิ้วกลมสมลักขณา นวลนิ่ม

ชมชื่นร่างของเจ้า เพริศพร้อมสมควร

ชมล้วนถ้วนสารพางค์ สุดแต่นางร่างเฉิดฉิน

นารีที่แดนดิน คนใดใดไม่เสมอสมร

ชมล้วนถ้วนสิ่งสิ้น สรรพางค์

งามแต่นางควรวาง แท่นไว้

นารีที่ดินทาง ภูวโลก

หาแห่งใดไม่ได้ ดั่งน้องเสมอสมร

กรรมใดให้จำจาก เป็นวิบากพรากกันจร

ไกลข้างร้างแรมอร ให้พี่คร่ำร่ำโศกา

กรรมใดจำจากเจ้า สายสมร

ลำบากพรากเจียวจร จากข้าง

ไกลข้างร้างแรมอร วรภาคย์

เรียมคร่ำครวญอ้างว้าง แหบไห้โหยหา

บทครวญตามเวลา

ย่ำฆ้องเจ้าพี่เอ๋ย พี่ย่อมเคยเชยพักตรา

จุดไฟให้บูชา พระพุทธเจ้าเจ้าเคยเตือน

จตุรารุณเรื่องเรื้อง เพลา

เรียมย่อมชมพัตรา นั่งน้อม

จุดไฟให้บูชา นบนอบ

พระพุทธเจ้าเจ้าหย้อม นั่งเฝ้าคอยเตือน

โมงเช้าแล้วเจ้าพี่ เจ้าถ้วนถี่ดีการเรือน

หญิงใดไม่มีเหมือน ใช้สอยดีพี่เคยชม

โมงหนึ่งคนึงเจ้าเร่ง สติเฟือน

เจ้าถ้วนถี่การเรือน สั่งชี้

หญิงใดไม่มีเหมือน นางเนตร

รู้นพครบการผี้ ช่วยต้องใจชม

สองโมงเช้าหึ่งหึ่ง พี่ตลึงกอดเข่าเหงา

เวลามาทันเรา พี่กับเจ้าไม่เห็นเลย

สองโมงหุ่ยหุ่ยเข้า เรียมคนึง

พี่กอดเข่าเหงาตลึง โศกเศร้า

เวลาเท่าทันถึง จำพราก

กรรมพี่กับกรรมเจ้า หากให้เห็นกัน

เพลาสามโมงเช้า เจ้าแต่งองค์ทรงน้อยงาม

พูดจาว่าถ้อยความ ตามมีกิจนิตย์เนืองมา

ไตรยานาฬิกาเช้า โฉมยง

ตกแต่งอรองค์ทรง แน่งน้อย

พูดจาว่าความจง ภักดิ์เลิศ

มีกิจพิดทูลถ้อย แก่เรื้ยมเสมอมา

เจ้าพี่สี่โมงเช้า ดูกับเข้าแลของหวาน

เสร็จเจ้าเอามากราน หมอบพัดวีพี่เกษมสันต์

สี่โมงเช้าเจ้าพี่หย้อม ดูการ

เครื่องเข้าเล่าของหวาน แต่งไว้

เสร็จเจ้าเข้ามากราน กรายแซ่

โบกปัดพัดวีให้ พี่นี้สำราญ

เพลาห้าโมงเช้า เรียมกินเข้าเจ้ามาคัล

ว่องไวใช้สอยขยัน หานางใดไม่เหมือนเลย

ห้าโมงยามเมื่อเช้า เชยอร

กินเข้าชมนวลสมร หมอบเฝ้า

ว่องไวใช้สอยขยัน นางอื่น

หาสตรีเปรียบเจ้า ห่อนได้เหมือนเลย

ย่ำเที่ยงเข้าหึ่งหึ่ง เคยเคล้าคลึงรึงกายา

เสน่ห์สนิทนิทรามา บัดนี้พี่เห็นเลย

ย่ำเที่ยงหึ่งหึ่งก้อง นาฬิกา

เคยเกลือกคลึงกายา ไขว่ข้าง

สมสนิทนิทราสา ทรภาพ

ไกลพี่เปลี่ยวอ้างว้าง คลาศเคล้าฤาเห็น

บ่ายโมงพี่โกรงกลุ้ม จิตคลั่งคลุ้มสุมดวงแด

เจ้าพี่พี่จะแปร หน้าไปต่อรอใครเลย

บ่ายโมงทุกข์พี่กลุ้ม คอยแล

จิตคลั่งทรวงดวงแด สลัดหลิ้ม

แก้วพี่จะปรวนแปร สมสู่

หญิงอื่นฤาจักยิ้ม ต่อด้วยใครเลย

ตีฆ้องสองโมงบ่าย ทุกข์พี่ชายฟายน้ำตา

ร้อนรนบ่นครวญหา ไกลพี่แล้วแก้วกลอยใจ

ตีสองโมงบ่ายก้อง แครงมา

พี่ชายฟายน้ำตา ร่ำร้อง

ร้อนรนบ่นถามหา สายสวาท

พี่ห่างแก้วแล้วน้อง แน่งน้อยนงคราญ

เพลาสามโมงเย็น เพื่อนเรียมเห็นเป็นทุกข์ทน

เขาถามความกังวล จะบอกไปไป่ได้เลย

เพลาสุริยบ่ายเบื้อง เวหน

เพื่อนเห็นเป็นทุกข์ทน บ่นบ้า

ถี่ถามความกังวล ทนเทวษ

บอกบ่ได้เลยหน้า เฝื่อนเลี้ยวเดินหนี

เจ้าพี่สี่โมงเย็น เร่งเป็นเข็ญเห็นสาวศรี

อื่นมาหายินดี มิได้เลยเคยชมนาง

เพลาสุริยอ่อนเรื้อย รังสี

พิศเพ่งเลงสาวศรี เชื่องใช้

สาวอื่นพูดพาที นบนอบ

ไม่ชื่นจริงยิ่งได้ เดือดร้อนคลึงนาง

เพลาห้าโมงเย็น เรียมลำเค็ญด้วยโฉมตรู

นางเดียวเที่ยวแลดู แก้วพี่อยู่ห่างหนใด

บ่ายชายมาหึ่งซ้ำ ตาฟู

ทุกข์เพื่อเฉิดโฉมตรู โศกสร้อย

นางเดียวเที่ยวทางดู แดนโลก

แก้วพี่นางสาวน้อย อยู่แคว้นแดนใด

ย่ำฆ้องค่ำแล้วเจ้า เพลาเล่าเข้าสนธยา

จุดเทียนเวียนส่องหา เจ้าแห่งใดไม่เห็นเลย

ราตรีรวีเลื่อนเลี้ยว ลับตา

มัวมืดมนสนธยา ค่ำแล้ว

ถือเทียนเวียนส่องหา นางทั่ว

อยู่แห่งใดน้องแก้ว ห่อนได้เห็นเลย

ทุ่มหนึ่งย่อมคลึงเคล้า เนื้อพี่เจ้าเข้าแนบเนียน

สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ถือเทียนไว้ให้สูบยา

ทุ่มหนึ่งพี่ย่อมเคล้า คลึงเศียร

จูบกอดอรนอนเนียน แนบไว้

สาวลม่อมย่อมจุดเทียน ยาวยื่น

เจ้าจับเทียนไว้ให้ พี่นี้สูบยา

สองทุ่มรุมอกพี่ ฆ้องเขาตีพี่เจ็บตาง

กลุ่มใดไห้ครวญคราง โหยไห้พลางนางฤาเห็น

สองทุ่มค่อนอกเข้า ผางผาง

ฆ้องตีพี่เจ็บตาง ปุ่มฆ้อง

กลุ้มใจไห้ครวญคราง หาอยู่

โหยไห้ช้างนางน้อง พี่นี้ฤาเห็น

ยามหนึ่งคนึงเคยเคล้า จูบกอดเจ้าเฝ้าชมกัน

เวรามาตามทัน ให้ไกลข้างร้างแรมสอง

ยามหนึ่งคลึงสวาทหน้า นวลจันทร์

จูบกอดพลอดชมกัน เกลือกเคล้า

เวราติดตามทัน ทำโทษ

ไกลค่างห่างชมเจ้า เริศร้างแรมสอง

ราตรีสี่ทุ่มแล้ว โอ้นางแก้วแคล้วคลาศไป

หมอนกอดทอดฤทัย หายใจใหญ่ให้รำคาญ

ราตรีสี่ทุ่มแล้ว ลับไกล

น้องแก้วแคล้วเรียมไป ขาดพร้อง

กอดหมอนทอดฤทัย ทบท่าว

ลมแล่นพัดขัดข้อง สวาทได้รำคาญ

เพลาห้าหึ่งทุ่ม คือเพลิงรุมสุมกลางใจ

ร้อนเรียมเทียมร้อนไฟ อีกหนามรุมกลุ้มเสียบทรวง

เพลาห้าทุ่มพี่ คนึงใน

เพลิงผ่าวเผาดวงใจ คลั่งคลุ้ม

ร้อนเรียมเทียบร้อนไฟ ลนล่าว

อีกหนามหนามากลุ้ม เสียบไส้ในทรวง

ย่ำฆ้องสองยามเข้า พี่ไกลเจ้าเหงาตลึง

นิทราผ้าคลุมขึง หญิงใดวอนห่อนเจรจา

สองยามย่ำฆ้องพี่ รำพึง

ไกลเจ้าเหงาเงียบตลึง ยิ่งไข้

นิทราผ้าคลุมขึง ไสยาศน์

หญิงอื่นวอนห่อนได้ กล่าวเกลี้ยงพาที

เจ็ดทุ่มรุมความทุกข์ ไม่เป็นสุขขุกคำนึง

ว้าวุ่นครุ่นคิดถึง แต่นวลเจ้าทุกเพรางายฯ

เจ็ดทุ่มรุคุณร้อน รำพึง

สุขบมีคำนึง ก่อนกี้

ว้าวุ่นครุ่นครวญถึง สังวาส

คิดแค้นวรนุชนี้ ค่ำเช้าเพรางาย

แปดทุ่มกลุ้มทุกข์ชาย ลเมอลมายคล้ายเหมือนมา

เรียมตื่นฟื้นกายา เที่ยวหาไหนไม่พบเลย

แปดทุ่มกลุ้มเทวษสร้อย โศกา

นอนลเมอเหมือนมา แนบใกล้

เรียมฟื้นตื่นกายา แลเปล่า

หาที่ไหนไป่ได้ สบน้องเรียมเลย

สามยามความรักกัน เร่งโศกศัลย์หวั่นใจถึง

ยามค่ำร่ำรำพึง ถึงสามยามตามกรุณา

สามยามความเสน่ห์เคล้า เคยคลึง

โศกศัลย์หวั่นใจถึง ทุ่มนี้

พลบค่ำร่ำรำพึง คนึงเนื่อง

ถึงสามยามแล้วถี้ พี่เอื้อเอ็นดู

สิบทุ่มเจ้าพี่เอ๋ย เมื่อไรเลยจะพบพาน

งามนักพักตร์เบิกบาน จะหาได้แต่ใดมา

สิบทุ่มนางแน่งน้อย นงคราญ

กี่เมื่อจะพบพาน คู่เคล้า

งามนักพักตร์เบิกบาน เรียมร่อ

เรียมจักเที่ยวหาเจ้า ห่อนได้มาเลย

ตีสิบเอ็ดเสร็จครวญหา แต่เช้ามาคุ้มราตรี

จวบจนพระสุริย์ศรี เสร็จรถทองส่องสกล

สิบเอ็ดเสร็จคร่ำไห้ หาศร

ในทิวาราตรี แหล่งหล้า

จวบจวนพระสุริย์ศรี ล่าเลื่อน

เสร็จรถทองท่องฟ้า ส่องแคว้นแดนดิน

แสงทองเรืองรองราง ขึ้นกระจ่างสว่างเวหา

รุ่งแล้วแก้วกัลยา สุดเสน่หาไม่มาเลย

แสงเงินแสงนากผุ้ง แสงทอง

แสงสว่างเรืองรังรอง อร่ามฟ้า

รุ่งแล้วแคล้วเคยสอง สังวาส

โอ้สายสุดสวาทข้า ห่อนได้เห็นเลย

โดย เจ้าฟ้ากุ้ง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s