โคลงอักษรสามหมู่ 2 โดย พระศรีมโหสถ

โคลงอักษรสามหมู่ 2 (จบ)

บัวบึงตุมตุ่มตุ้ม กลางตม
สูงส่งทงทานลม ล่มล้ม
แมลงเม้าเม่าเมาฉม ชมซราบ
รูรู้รู้ริมก้ม พาดไม้ไซรรอ

ภูมรารองร่องร้อง ชมกัน
วิงวู่พรูมาปัน ปั่นปั้น
ลางร้างร่างรางผัน เร่เริ่ม
รอยร่อยร้อยรังขั้น นิ่มไว้ในรวง

มือลิงแบแบ่แบ้ เมียงชาย
โจนจู่ชูฉวยบาย บ่ายบ้าย
กินไบไบ่ไบ้ขลาย เป็นโภชน์
ซุมซุ่มซุ้มยามช้าย ซ่อนซ้อนนอนใน

ลิงยียำย่ำย้ำ ดวงชราม
สุกห่ามตามกาลยาม ย่ามย้าม
เสือร้ายร่ายรายตาม โคคล่ำ
คางค่างค้างโจนข้าม ค่าไม้ไปมา

โคแดงแรงแร่งแร้ง รุยราย
จับไผ่ไทรเทริงหวาย หว่ายหว้าย
ควายเสี้ยวเสี่ยวเสียวปลาย เขาโค่ง
หวงห่วงห้วงน้ำก้าย เกี่ยวเกี้ยวเครียมครึม

ไก่แกมหญองหญ่องหญ้อง รายรุย
เอยนมี่ชนีครางหุย หุ่ยหุ้ย
พ่านฟ้องฟ่องฟองลุย ชลเชี่ยว
หือหื่อหื้อผีหวุ้ย หว่ายร้องขะนองไพร

เอลาไลไล่ไล้ เลียเหลียว
ส้าหินบินฉวยเหญียว เหญี่ยวเหญี้ยว
สารส้างส่างสางเทียว โทลท่อง
สุมสุ่มสุ้มไม้เอี้ยว ราบร้าคากิน

เดิรดินดาลด่านด้าน โดยทาง
เสือไล่ไซ้ซอนหาง ห่างห้าง
แฝงฟุ้งฟุ้งฟุงกวาง วาวิ่ง
รนร่นร้นคนช้าง ซอกซุ้มรุมหา

ชายชวนสองส่องส้อง แสวงกัน
เสื้อเสื่อเสือสราวทัน คว่างคว้า
คุบค้นค่นคนสัน คูคลาศ
ซอนซ่อนซ้อนแหล่นหล้า เหนื่อยเน้งเลงแลง

หางนางลาล่าล้า พเนจร
เอยนย่พจำบังออน อ่อนอ้อน
เดิรเคียวเคี่ยวเคี้ยวหอน หาเพื่อน
ฟันฟั่นฟั้นเนื้อก้อน คายเว้เร่กิน

เลงแลยางย่างย้าง ชุมชิง
ปลาเปลี่ยนเวียรไวดิง ดิ่งดิ้ง
ซิ้วซ้องซ่องซองพริง พรูพราศ
บ้างบ่างบางน้ำกลิ้ง โลดคว้าค่าคาย

ลงรอนำน่ำน้ำ กงกัน
ยับย่อยลอยเป็นบัน บั่นบั้น
รุนค้ำค่ำคำหยัน ไพเพิด
คลองคล่องคล้องไม้กั้น เกี่ยวค้อนฟอนฟู

กาน้ำดำด่ำด้ำ ชนางแฝง
หนองเหือดเดือดดินรแหง แห่งแห้ง
ไซ้สี้สี่สีแขวง พรูพราศ
สุ้มสุ่มสุมทุมแร้ง ร่อนรู้ดูไกล

คิดราคาค่าค้า ปูปลา
คลุมคลื่นฝืนเรือชา ช่าช้า
เสียกล้องกล่องกลองกา ภานโภชน์
ยานย่านย้านยังช้า ช่องน้ำลำทาง

โดย พระศรีมโหสถ

โคลงอักษรสามหมู่ 1 โดย พระศรีมโหสถ

โคลงอักษรสามหมู่ 1

พลพฤนท์จนจ่นจ้น ทวนทิว
เหินโห่โยธากริว กริ่วกริ้ว
พัวพ้องพ่องพองปลิว เปลววาบ
โอโอ่โอ้ฬารหลิ้ว ลี่ล้ำฦๅหาย

เสนาสูสู่สู้ ศรแผลง
ยิ่งค่ายทลายเมืองแยง แย่งแย้ง
รุกร้นร่นรนแรง ฤทธิ์รีบ
ลวงล่วงล้วงวังแว้ง รวบเร้าเอามา

ขุนหารหันหั่นหั้น โอนเอา
ฮึงเฮยเวยชาวเรา เร่าเร้า
จรีสั้นสั่นสันเบา ลิวโลด
ลางล่างล้างเมืองเข้า ทุ่มทู้กรูไป

พรียพลรนร่นร้น พลเขา
ปีนป่ายทลายทลวงเผา เผ่าเผ้า
สท้านท่านทานเรา ดูยาก
ลอมล่อมล้อมฟางเข้า จ่อข้ายขจายลง

อยามนต์พนพ่นพ้น ฉมวยฉมำ
ยิงยืนปืนเปลวดำ ด่ำด้ำ
แยงย้อยย่อนยอนพลำ เทรทรวด
เข้าเข่าเขาล้มขว้ำ ม่วยม้วยกวยแกว

เมืองนะคอนค่อนค้อน คัดทวาร
ขุดเขื่อนเลือนลำตาล ต่านต้าน
คึกค้นค่นคนหาร หาทั่ว
ซอนซ่อนซ้อนซับบ้าน แย่งยื้อฤๅหลอ

ลวนลามลวงล่วงล้วง กินมัน
ขันแข่งแวงวาวกัน กั่นกั้น
ปืนก้องก่องกองควัน เพลิงพลุ่ง
รวมร่วมร้วมรุมฟั้น เฟื่องฟุ้งฟุงเมือง

นายกองกูกู่กู้ แพรไหม
เย็บล่วมนวมข่าบไถ ไถ่ไถ้
ยามเช้าเช่าเชาไทล แหลนโล่ห์
แทงแท่งแท้งเราให้ เรื่องรู้พรูหนี

ฤทธิราญรอนร่อนร้อน ทุกเมือง
บุญแบ่งแจงจอมเลือง เลื่องเลื้อง
รู้เรื้องเรื่องเรืองเปลือง แปลนโลกย์
แม้นแม่นแมนมาเสื้อง ต่อตั้งพังหนี

ยูงยางเปลาเปล่าเปล้า เขียวขำ
เรียมรมลมชวยลำ ล่ำล้ำ
ใบก้านก่านกานอำ พรเพริศ
คลุมคลุ่มคลุ้มง่าง้ำ ฉ่าชื้อฦๅเสีย

รังกาแกแก่แก้ กินหลัง
แม่พ่อพอมายัง ยั่งยั้ง
แร้งรุ้งรุ่งรุงรัง เร่ร่อน
รานร่านร้านแฟงตั้ง ฉาบช้ำยำยี

จิบจับเจาเจ่าเจ้า รังมา
จอกจาบจั่นจรรจา จ่าจ้า
เค้าค้อยค่อยคอยหา เห็นโทษ
ซอนซ่อนซ้อนสริ้วหน้า นิ่งเร้าเอาขวัญ

นกน้อยยายย่ายย้าย หนีไฟ
สนสื่อฤๅปามไต ไต่ไต้
ยุงเย้าเย่าเยาไกว หางร่อน
เฟือยเฟื่อยเฟื้อยเอนไม้ โยกย้ายกรายตาย

เขาขันคูคู่คู้ เคียงสอง
เยื้องย่างนางยูงทอง ท่องท้อง
ทิวทุ้งทุ้งทุงมอง มัจฉราศ
เทาเท่าเท้ายางหย้อง เลียบลิ้มริมธาร

มุจลินท์ลิ่นลิ้น เลียชล
ไส้ใส่ใสเสียงกล จั่นแจ้ว
ขุ้มไข้ไข่ไขขน พองคลี่
ยุงยุ่งยุ้งย้ายแหว้ว หวี่หวู้พรูตอม

โดย พระศรีมโหสถ

กาพย์ห่อโคลงพระศรีมโหสถ 2 โดย พระศรีมโหสถ

กาพย์ห่อโคลงพระศรีมโหสถ 2 (จบ)

ฉาบฉมอมชราบชู บินวี่วู่สู่ภุมรี
โกสุมหุ้มอับศรี วารีเพรียวเหี่ยวดูดาย

ฉาบฉมอมอู้มโอช บินบน
สมสู่ภูมรีรน ร่อนไม้
โกมุทอุดดมคนธ โรยร่วง
เหี่ยวหายมลายรศไร้ เปลี่ยวแล้วดูดาย

ทรามสงวนด่วนเดาถนัด บดุจสัตว์กัดกลิ่นอาย
รักแก้วแล้วฤาคลาย บผายจากพรากนฤมล

ทรามสงวนด่วนขึ้งขุ่น อารมณ์
ใช่สัตวลัดแลงชม ชราบเหล้น
รักแล้วแก้วเกลียวกลม สมอยู่
บบ่ายคลายคลาเว้น ห่างร้างถึงยาม

ตัวเรียมเทียมจามรี เชื้อชาตรีถี่ถนอมขน
ข้องหนามท่ามกลางคน เสียชนมสู่อยู่ปลดไป

เรียมเทียมจามรีรู้ สงวนขน
ข้องหนามท่ามกลางคน ไล่ล้อม
เสียชีวิตรบคิดตน น้องนาฏ
อยู่เปลื้องเคืองคนอ้อม ออกพ้นคงคืน

กลชายหลายลิ้นแลบ คมปแปลบแสบเสียวใจ
เคียวคดกดตรงไฉน ปราไศรยแสร้งแกว่งทอดตัว

กลชายหลายลิ้นฬ่อ ลวงหญิง
ความสัจตัดไฉนจริง หนึ่งน้อย
เคียวคดกดตรงจริง ฤาซื่อ
ปากเปล่าเล้าโลมร้อย เล่ห์ล้วนลวงหญิง

เรียมฤาคือบันทัด ช่างชาญดัดขัดเกลาขยัน
ทอดเขียนเรียนพระธรรม์ ใช่สันเคียวเบี้ยวบิดงอ

ใจเรียมเทียมดุจด้วย บันทัด
คนช่างเกลาเหลาดัด รอบรู้
ทอดเขียนระเมียนอรรถ ธรรเมศ
ใช่อันสันเคียวคู้ คดค้อมคมหนา

ปากอย่าตาพริบเพื่อน กลิ้งกลอกเกลื่อนเลื่อนใบบัว
คิดมาหน้าใคร่หัว มีผัวไพ่ไฝ่กลางสนาม

ปากอย่าตาเพ่งเผื้อน พรูพรับ
ชลในใบบัวกลับ กลอกกลิ้ง
คิดมาน่าสรวลศับท์ ไพเพิด
ลำไพ่ในผัวทิ้ง ทอดไว้ในสนาม

นงนุชสุดสวาศเฮย พี่บเคยเอ่ยคำงาม
รักแล้วแก้วเกลากาม กล่าวถามน้องห้องหอทงัน

นงนุชสุดเสน่ห์ล้ำ สงสาร
พี่บ่เคยเฉลยหวาน หว่านเหล้น
รักน้องสนองในการ พารฤกษ์
ถามข่าวกล่าวฤาเว้น สิ่งสร้างหอทงัน

หน้าหัวตัวเต่าคับ ใครจะนับจับเหวี่ยงยอ
ยื่นหัวกลัวต้องตอ หดคอเข้าเจ่าหลบหาย

หน้าหัวตัวต้อมเต่า ตุงหลัง
ผู้ใดใฝ่แสวงหวัง เหวี่ยงเว้น
ยื่นหัวกลัวตอฝัง แฝงอยู่
หดคอตอเข้าเร้น ด่าวดิ้นดินเลน

คำจริงสิ่งเรียมบอก คือช้างออกงอกงางาม
มีมันปั่นเหลือลาม บขามค้อนห่อนหดคืน

คำจริงสิ่งนี้พี่ ฤาถอย
งาพญาสารสอย แส่ค้อน
มีมันปั่นหมายคอย ลามไล่
ไม่ขามความเยินย้อน ห่อนหย้นคืนหลัง

คำชายหมายขีดน้ำ ลบเลือนกล้ำคำกลับกลาย
ร่องรอยถอยถมหาย ลิ้นชายล่อส่อเสมอกัน

คำชายหมายขีดน้ำ เลือนลบ
เส้นบหายมลายกลบ เกลื่อนสน
รอยร่องท่องแถวหลบ หลายเลิศ
แยบคายลายลมลิ้น ล่อเลี้ยวโลมหญิง

ตัวพี่นี้กล่าวสาร คือเหล็กจารลานแผ่นผา
เส้นสายลายเลขา เป็นปรากฏสรดฤาหาย

คำพี่ที่แกล้งกล่าว เฉลยสาร
คือเหล็กจารลานกลาง อ่านแจ้ง
แลเห็นเส้นสายจาร ลายเลิศ
รจนาปรากฏแกล้ง แต่งไว้ฤาหาย

ลิ้นงูพรูพรายแพร่ง ลิ้นลมแต่งแห่งชายไฉน
ดุจกันหวั่นจงใจ แก้ไขคล่องต้องติดตาม

ลิ้นงูพรูพรายแพร่ง พรายหลาย
ลิ้นเล่ห์เปรลมชาย กล่าวเกี้ยว
ดุจกังหันเหินหาย โปรยเปล่า
แก้ไขใจคดเคี้ยว ล่อลิ้นลาวล

ตราชูดูทางเที่ยง บบ่ายเลี่ยงเหวี่ยงเสมอกัน
ลิ้นเดียวเหนี่ยวกลางคัน บผันปลิ้นลิ้นเรียมเหมือน

ตราชูดูลิ้นดิ่ง เดียวตรง
บบ่ายคลายเอนลง เงี่ยง้ำ
เตรียบตรูคู่คำองค ยมเรศ
ชั่งบาปบุญบุญก้ำ กึ่งลิ้นเรียมเหมือน

เกรือกเปรียบเทียบพระลอ บสู่ขอต่ออาษา
ทำอุคร์สนุกเสน่หา ปืนยาพิศม์ติดตรึงตาย

กลก่อลอราชร้าง เมืองมา
บสู่อยู่อาษา หนึ่งน้อย
ทำอุคร์สนุกเสน่หา สองราช
เขายิงสิ่งสรรพร้อย ร่างเร้าเสียสกล

ตัวเรียมเทียมบูรณก เหาะเหินผงกผกผยองไป
อาษาฝ่าเอาใจ พิธูรไท้ได้นางงาม

ตัวเรียมเทียมด้วยดุจ บูรณก
ไปพะนันขันสกายก บาศไท้
อาษานาคนาลก ลุลาภ
พระพิธูรไปได้ ท่านท้าวอวยนาง

เกรือกเปนเช่นภูมี กรุงจลณีขี่เมืองขวาง
บ่รู้ผู้ลักนาง ไปทางไต้ไม่ติดตาม

เกรือกเปนเช่นไท้เทพ จลณี
ศักดิ์ใหญ่ไกรษรสีห์ คคู้
เขาลักอัคเทวี ลีลาด
ทางได้ไป่ฤารู้ อยู่ร้างฤาตาม

เรียมคือพระสุทน บ่คิดชนม์ก่นทางไป
ข้ามเขาเซราซฤกไพร นานไกลสบพบมะโนหะรา

เรียมคือนฤเบศไท้ สุทน
บุกป่าฝ่าเซราชล เชี่ยวช้า
เดิรเดียวเปลี่ยวใจจน ทนเทวศ
ตามนางทางเทียมฟ้า เช่นเชื้อสาวสวรรค์

เกรือกเหมือนเงื่อนบพิตร รถสิทธิสนิทนนทา
รุกริบสิบสองพะงา ควักตาให้ใส่ขุมขัง

เกรือกเหมือนเงื่อนท้าวผ่าน สากล
รักมารดาลมัวมนท ข่าวไข้
สิบสองจองทันอน ทการเนตร
แล้วส่งลงขุมให้ ร่ำร้อนฤาเสบย

บหลงจงหญิงพาล พระกุณาลสารใส่ใจ
หญิงร้ายส่ายเสียไกล พิดไสมยอยู่คู่ครองสอง

ไม่หลงจงจ่อด้วย หญิงพาล
ในกุณาลสารปาน เปรียบไว้
เปนรเบียบเทียบเทียมทาน ธรรเมศ
หญิงร้ายขจายกลไหม้ หลีกเลี้ยวแลงหนี

เกรือกเกลื่อนเหมือนพาลี ได้มารศรีปรีปึงไป
ฝากน้องต้องติดใจ พิดไสมยอยู่คู่เคียงเอง

เกรือกเหมือนเงื่อนเมื่อครั้ง พาลี
รับนุชอุดดมศรี ฝากน้อง
เสียสัตย์ตัดชนม์ชี พิตรนาศ
เอาเองเพลงปืนต้อง ท่าวล้มไลลาญ

กล่าวจริงยิ่งปานกระษัตร ธตรฐตรัสตัดขาดใย
สู้ละพระรามไป ป่าไกลฉิบสิบสี่ปี

ใจจริงสิ่งนี้พี่ ถือสัตย์
เอาเยี่ยงเพียงจักรพรรดิ์ ผ่านหล้า
คงคำกำจัดรัตน์ ราเมศ
สิบสี่ปีไปช้า ฆ่ามล้างฝูงมาร

โดย พระศรีมโหสถ

กาพย์ห่อโคลงพระศรีมโหสถ 1 โดย พระศรีมโหสถ

กาพย์ห่อโคลงพระศรีมโหสถ 1

ร่าย

ศรีสิทธิจิตรสกนธ พิมลพิมตประนตประนม บังคมคัลอัญชวลี ตรีนรเทพผู้ห้าวท้าวผู้หาญ เรืองฤทธิชาญไชยเดช อันวิเศศวิศาล ถ้วนสบสถานตระศักดิ์ จงบริรักษช่วยชี้ ทิศที่ทางใด ผี้ง่ายไสจงได้เหน ขอเปนที่กางที่กั้น กลฉัตรตั้งร่มรมยเกษี ศัลยแสนทวีหมื่นไหม้ จากอยุธยาไทย ที่พึ่งพูนเกษม

กาพย์ห่อโคลง

หญิงชายหลายส่ำซ้อง มามีก้องถ้องแถวทาง
ฝูงบ่าวสาวสำอาง รางชางแกล้งแต่งดูงาม

หญิงชายหลายส่ำซ้อง โนเน
ฝูงบ่าวสาวสรวลเส ยั่วยิ้ม
ดูงานผ่านโลเก ศวรราช
แต่งแง่แพร่พรายพริ้ม พรึบพร้อมพรูมา

ราตรีศรีส่องฟ้า แสงสว่างหล้าฉ่าฉาวชล
คับคั่งนั่งเสียดสน ดูกลเหล้นเต้นหนังรำ

ราตรีศรีส่องฟ้า แสดงโฉม
แสงสว่างกลางโพยมโจม แจ่มฟ้า
มหรสพจบการโลม ใจโลกย
เบียนบ่ายรายเรียงหน้า นั่งล้อมเล็งแล

ลายชายลายนุ่งเกี้ยว ยกย่างเลี้ยวเอี้ยวโอนดู
ดอกไม้ใส่ห้อยหู พรั่งพรูบ่ายม่ายเมียงหญิง

ลายชายลายนุ่งเกี้ยว เกไล
ยกย่างพลางจงใจ จ่อชู้
ทัดเพยียเขี่ยกันไร เพราเพริด
เมียงม่ายกลายกลางสู้ เสียดส้องแลหา

เทวครีศรีสรดแสรง คาดชายแครงแบ่งทองท่อ
เสื้อหย้นหม่นศรีมอ เลื่อมตอเกลี้ยงเมี่ยงโอ่อม

เทวครีศรีเส้งแสด สรรพางค
คาดกร่ายชายทองวาง ร่วงรุ้ง
ศรีฟ้าผาสนองบาง เยาย่อง
อมเมี่ยงเชียงชมดฟุ้ง กลิ่นกลุ้มใจหญิง

เดิรกลางพลางดีดนิ้ว ชูชายหิ้วผิ่วนำเพลง
บ่าวหนุ่มครุ่มเสียงเครง วังเวงหวั่นปั่นใจหญิง

เดิรกลางพลางดีดนิ้ว นำเพลง
ฝูงบ่าวพราวพรูเครง เพรียกพร้อม
หญิงฟังหวั่งใจเลวง รศราค
แย้มอยู่ภู่เฟื่องห้อม เสียดซ้องตาแล

เยื้องกรายผายลีลา สาวสอดตาหว่าใจหวัง
ลักแลแต่เบื้องหลัง ดูหนังหน่ายบ่ายเบือนมา

โชยชายกรายแกว่งเยื้อง ลีลา
สาวหนุ่มชุมชายตา ต่อต้าน
ลักแลแต่ไกลมา เมียงม่าย
นอกปึ่งคนึงในห้าน หื่นเร้าเสียวสมร

ผาดเหนเพญผ่องหน้า โฉมหลากหล้าอ่าเอวกลม
คิ้งก่งทรงในนม แต่งผมไปล่ไรเพริดเพรา

ผาดเหนเพญภาคเนื้อ นวลนม
ตุมเต่งเลงไรผม ไปล่แปล้
อกแบนแอ่นเอวกลม กาเมศ
คิ้วก่งทรงในแท้ แยบยิ้มเปรมปราย

ผิวพรรณกรรณเกษแสง นุ่งท้องแดงแต่งเชิงชาย
ห่มหิ้วริ้วทองพราย เดิรกรายนาดผาดกลางฝูง

ศรีพรรณกรรณเกษเยื้อง ยูรหงษ์
นวยเน่งแฝงฝูงพงษ์ พวกพ้อง
ท้องแดงแต่งชายผจง ลายเลิศ
ห่มสะใบใยหญ้อง หริ่งริ้วทองพราย

ละมุนบุญแต่งแล้ว ละม่อมแก้วแผ้วผันผาย
ละไมไปล่ชูชาย ละเมียดม่ายบ่ายชำเลือง

ละมุนบุญแต่งแกล้ง เกลาเฉลา
ละม่อมกล่อมกลมเปลา เปล่งแก้ม
ละไมไปล่งามเอา ใจโลกย
ละเมียดเอียดละอายแต้ม ต่อล้อฤามี

รศรวยชวยชราบชู้ หลงใหลสู้อยู่จนตาย
หื่นหวนป่วนใจชาย ฤาคลายได้ไฝ่ฝันหา

รศรวยชวยชราบชู้ ชายใด
หลับตื่นมลืนหลงไหล คคว้าง
หื่นหวนป่วนปองใจ รึงราค
ฤาใคร่ไคลคลาข้าง แนบเนื้อนวลสมร

สองแลแปรต้องกัน สองกระสัลปั่นใจหา
สองใฝ่ใคร่กรีธา สองตาต่อจ่อใจหวัง

สองแลแปรต่อต้อง ตากัน
สองใส่ใจยวนยรร ย่อนไส้
สองหวังหญั่งความศัลย์ สมโยก
สองป่วนกวนกามไหม้ รุ่มร้อนหวนโหย

วันนี้พี่พอพบ มาบันจบสบสมนาง
กล้องแกล้งแต่งสรรพางค จะวายเจ้าเปล่าไปฤา

ยามเอยนวันนี้พี่ พอพบ
บุญบ่ายชายมาจบ หนุ่มเหน้า
กล้องแกล้งแต่งงามสบ ตาโลกย
เรียมจะละวางเจ้า เปล่าเปลื้องไปฤา

แมลงภู่สู่เกษร บห่อนเว้นเผ่นพาดคฤา
เอาชราบอาบถูกถือ กระพือปีกผีกแฝงตัว

แมลงภู่สู่ต้องกลีบ บัวบาน
กลั้วกลิ่นบินเมียงมาลย ย่ามย้ำ
เอาชราบอาบคนธาร รวยรื่น
ปีกป้องปคองพานซ้ำ ซ่านฟุ้งหอมหวน

บกลัวตัวจผิด ชีวิตรม้วยด้วยบุษบง
กลิ่นกลั้วมัวเมาหลง ระวงย้ำฉ่ำดวงมาลย

บกลัวตัวต้องสิ่ง เสียชนม์
ใจจ่อต่อโกมล ซุ่นไซ้
อบอาบส่ายเสาวคนธ์ ยีย่ำ
คลึงเคล่าเอารศไล้ ลูบล้วงดวงมาลย

หะห่ายหน่ายใจนัก แมลงภู่จักรักบัวบาน
ชมชราบอาบคนธาร สำราญแล้วแผ่วผันหนี

หะห่ายหน่ายหน้าใคร เสสรวล
แมลงภู่สู่ฤาสงวน ดอกไม้
ชมชราบอาบเอานวล รวยรื่น
กลั้วกลิ่นยินรศได้ เหญื่อแล้วบินหนี

โดย พระศรีมโหสถ

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา โดย พระเจ้าเสือ

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา (1)

จะกล่าวถึงกรุงศรีอยุธยา
เป็นกรุงรัตนราชพระศาสนา มหาดิเรกอันเลิศล้น

เป็นที่ปรากฏรจนา สรรเสริญอยุธยาทุกแห่งหน
ทุกบุรีสีมามณฑล จบสกลลูกค้าวาณิช

ทุกประเทศสิบสองภาษา ย่อมมาพึ่งกรุงศรีอยุธยาเป็นอัครนิตย์
ประชาราษฎร์ปราศจากภัยพิษ ทั้งความพิกลจริตแลความทุกข์

ฝ่ายองค์พระบรมราชา ครองขัณฑสีมาเป็นสุข
ด้วยพระกฤษฎีกาทำนุก จึ่งอยู่เย็นเป็นสุขสวัสดี

เป็นที่อาศัยแก่มนุษย์ในใต้หล้า เป็นที่อาศัยแก่เทวาทุกราศี
ทุกนิกรนรชนมนตรี คหบดีชีพราหมณพฤฒา

ประดุจดั่งศาลาอาศัย ดั่งหนึ่งร่มพระไทรอันสาขา
ประดุจหนึ่งแม่น้ำพระคงคา เป็นที่สิเน่หาเมื่อกันดาน

ด้วยพระเดชเดชาอานุภาพ อาจปราบไพรีทุกทิศาน
ทุกประเทศเขตขัณฑ์บันดาล แต่งเครื่องบรรณาการมานอบนบ

กรุงศรีอยุธยานั้นสมบูรณ์ เพิ่มพูนด้วยพระเกียรติขจรจบ
อุดมบรมสุขทั้งแผ่นพิภพ จนคำรบศักราชได้สองพัน

คราทีนั้นฝูงสัตว์ทั้งหลาย จะเกิดความอันตรายเป็นแม่นมั่น
ด้วยพระมหากษัตริย์มิได้ทรงทศพิธราชธรรม์ จึงเกิดเข็ญเป็นมหัศจรรย์สิบหกประการ

คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพศ อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน
มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ เกิดนิมิตพิศดารทุกบ้านเมือง

โดย พระเจ้าเสือ

ในนามของความรัก โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ในนามของความรัก

แล้ววันนี้วันที่รอก็มาถึง เป็นวันหนึ่งซึ่งฉันแสนหวั่นไหว
วันที่เราจะเลิกรอกันต่อไป ทุกสิ่งได้ดับลงตรงนี้แล้ว

ไกลออกไปในวันอันแสนหวาน ดอกไม้บาน บทกวี ดนตรีแผ่ว
ดวงตาดาวเด่นประกายรักฉายแวว รักที่แคล้วคลาดกันจนวันนี้

ยิ้มหวานซื่อสดใสไร้เดียงสา ยังติดตาติดใจไปทุกที่
ตาแลตาหลบตาเกินพาที รู้ว่ามีความหมายเกินสายตา

โอ้ละหนอวันนั้น วันที่หวัง เฝ้าแต่ตั้งตาคอยละห้อยหา
คอยด้วยใจไหวหวั่นทุกวันมา หมดเวลาที่จะรอกันต่อไป

น้ำตารินไหลพร่างอย่างเงียบเงียบ มันเย็นเฉียบเหมือนเชือดให้เลือดไหล
ทั้งปวดลึกร้าวทั่วเนื้อหัวใจ วันทำไมจึงมืดยืดยาวนัก

โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

นิราศเมืองแกลง 5 โดย สุนทรภู่

นิราศเมืองแกลง 5 (ต่อ)

เวลาเช้าก็ชวนกันออกป่า มันโม้หมาไล่เนื้อไปเหลือหลาย
พอเวลาสายัณห์ตะวันชาย ได้กระต่ายตะกวดกวางมาย่างแกง

ทั้งแย้บึ้งอึ่งอ่างเนื้อค่างคั่ว เขาทำครัวครั้นไปปะขยะแขยง
ต้องอดสิ้นกินแต่ข้าวกับเต้าแตง จนเรี่ยวแรงโรยไปมิใคร่มี

อยู่บุรินกินสำราญทั้งหวานเปรี้ยว ตั้งแต่เที่ยวยากไร้มาไพรศรี
แต่น้ำตาลมิได้พานในนาภี ปัถวีวาโยก็หย่อนลง

ด้วยเดือนเก้าข้าวสาเป็นหน้าฝน จึงขัดสนสิ่งของต้องประสงค์
ครั้นแล้วลาฝ่าเท้าท่านบิตุรงค์ ไปบ้านพงค้อตั้งริมฝั่งคลอง

ดูหนุ่มสาวชาวบ้านรำคาญจิต ไม่น่าคิดเข้าในกลอนอักษรสนอง
ล้วนวงศ์วานว่านเครือเป็นเชื้อชอง ไม่เห็นน้องนึกน่าน้ำตากระเด็น

แล้วไปชมกรมการบ้านดอนเด็จ ล้วนเลี้ยงเป็ดหมูเนื้อดูเหลือเข็ญ
ยกกระบัตรคัดช้อนทุกเช้าเย็น เมียที่เป็นท่านผู้หญิงนั่งปิ้งปลา

แล้วไปบางทางเถื่อนบ้านพงอ้อ ไม่เหลือหลอหลายตำแหน่งแสวงหา
จะเที่ยวดูคนผู้ทำยาตา ไม่เห็นหน้านึกระทดสลดใจ

ถึงคนผู้อยู่เกลื่อนก็เหมือนเปลี่ยว สันโดษเดี่ยวด้วยว่าจิตผิดวิสัย
มาอยู่ย่านบ้านกร่ำระกำใจ ชวนกันไปชมทะเลทุกเวลา

เห็นเงื้อมเขาเงาบังขึ้นนั่งเล่น ลมเย็นเย็นอยากดูหมู่มัจฉา
แลตลิ่งโล่งลิ่วทิวชลา ดูนาวาแล่นละเลาะริมเกาะเกียน

บ้างก้าวเสียดเฉียดทางไปข้างเขา บ้างออกเข้าข้ามฟากดังฉากเขียน
เรือตระเวนเจนแดนเที่ยวแล่นเวียน ดาษเดียรดูสล้างกลางชลา

ครั้นยามเย็นเห็นเหมือนหนึ่งเมฆพลุ่ง เป็นควันฟุ้งราวกับไฟไกลหนักหนา
แล้วถอยลงโพลงขึ้นไม่ขาดตา ถามผู้เฒ่าเขาว่าปลามันพ่นฟอง

เห็นจริงจังนั่งนึกพิลึกล้ำ จนพลบค่ำมืดมนขนสยอง
ยิ่งอาลัยใจมาอยู่ที่คู่ครอง แม้นแม่น้องได้มาเห็นเหมือนเช่นนี้

จะแอบอิงวิงวอนชะอ้อนถาม ตำแหน่งนามเกาะแก่งแขวงวิถี
ได้เชยชื่นรื่นรสสุมาลี แล้วจะชี้ให้แม่ชมยมนา

ไหนตัวพี่นี้จะชมทะเลหลวง จะชมดวงนัยน์เนตรของเชษฐา
โอ้อาลัยไกลแก้วกานดามา กลั้นน้ำตามิใคร่หยุดสุดระกำ

เสียดายนักภัคินีเจ้าพี่เอ๋ย ยังชื่นเชยชมชิมไม่อิ่มหนำ
มายากเย็นเห็นแต่ผ้าแพรดำ ได้ห่มกรำอยู่กับกายไม่วายตรอม

อยู่บ้านกร่ำทำบุญกับบิตุเรศ ถึงเดือนเศษโศกซูบจนรูปผอม
ทุกคืนค่ำกำสรดสู้อดออม ประณตน้อมพุทธคุณกรุณา

ทั้งถือศีลกินเพลเหมือนเช่นบวช เย็นเย็นสวดศักราชศาสนา
พยายามตามกิจด้วยบิดา เป็นฐานานุประเทศอธิบดี

จอมกษัตริย์มัสการขนานนาม เจ้าอารามอารัญธรรมรังษี
เจริญพรตยศยิ่งมิ่งโมลี กำหนดยี่สิบวสาสถาวร

ได้พบเห็นเป็นทำนุอุปถัมภ์ ก็กรวดน้ำนึกคะนึงถึงสมร
ให้ไพบูลย์พูนสวัสดิ์พิพัฒน์พร อย่ารู้ร้อนโรคภัยสิ่งไรพาน

ถึงชาตินี้มิได้สมอารมณ์คิด ด้วยองค์อิศรารักษ์จะหักหาญ
ขอให้น้องครองสัตย์ซึ่งปฏิญาณ ได้พบพานภายหน้าเหมือนอารมณ์

พอควรคู่รู้รักประจักษ์จิต ได้ชื่นชิดชมน้องประคองสม
ถึงต่างแดนแสนไกลไพรพนม ให้ลอยลมลงมาแอบแนบอุรา

อย่ารู้จักพลักผลิกทั้งหยิกข่วน แขนแต่ล้วนรอยเล็บเจ็บหนักหนา
ให้แย้มยิ้มพริ้มพร้อมน้อมวิญญาณ์ แล้วก็อย่าขี้หึงตะบึงตะบอน

ขอแบ่งบุญคุณศีลถวิลถึง ให้ทราบซึ่งโสตทรวงดวงสมร
ถึงอยู่ไกลในป่าพนาดร แต่ใจจรจงสวาทไม่คลาดคลา

ไปเที่ยวเล่นเห็นดอกไม้แล้วใจอยาก จะใคร่ฝากดวงเนตรของเชษฐา
ก็จนใจไกลทางต่างสุธา แต่น้ำตานี้แลฟูมละลุมลง

เวลาค่ำช้ำใจเข้าไสยาสน์ โอ้อนาถในวนาป่าระหง
ยินแต่เสียงลิงค่างที่กลางดง วิเวกวงวันเวศวังเวงใจ

จักจั่นหวั่นแว่วแจ้วแจ้วเสียง เหมือนสำเนียงวนิดาน้ำตาไหล
หนาวน้ำค้างพร่างพรมพนมไพร โอ้เจียนใจพี่จะขาดอนาถนึก

ได้แนบหมอนอ่อนอุ่นให้ฉุนชื่น ระรวยรื่นรสลำดวนเมื่อจวนดึก
ทั้งหอมแพรดำร่ำยิ่งรำลึก ทรวงสะทึกทุกทุกคืนสะอื้นใจ

จนเดือนเก้าเช้าค่ำยิ่งพรำฝน ทุกตำบลบ้านกร่ำล้วนน้ำไหล
ยิ่งง่วงเหงาเศร้าช้ำระกำใจ จนล้มไข้คิดว่ากายจะวายชนม์

ให้เคลิ้มเคล้นเห็นปีศาจประหวาดหวั่น อินทรีย์สั่นเศียรพองสยองขน
ท่านบิดาหาผู้ที่รู้มนต์ มาหลายคนเขาก็ว่าต้องอารักษ์

หลงละเมอเพ้อพูดกับผีสาง ที่เคียงข้างคนผู้ไม่รู้จัก
แต่หมอเฒ่าเป่าปัดชะงัดนัก ทั้งเซ่นวักหลายวันค่อยบรรเทา

ให้คนทรงลงผีเมื่อพี่เจ็บ ว่าเพราะเก็บดอกไม้ที่ท้ายเขา
ไม่งอนง้อขอสู่ทำดูเบา ท่านปู่เจ้าคุมแค้นจึงแทนทด

ครั้นตาหมอขอโทษก็โปรดให้ ที่จริงใจพี่ก็รู้อยู่ว่าปด
แต่ชาวบ้านท่านถือข้างท้าวมด จึงสู้อดนิ่งไว้ในอุรา

ทุกเช้าเย็นเห็นแต่หลานที่บ้านกร่ำ ม่วงกับคำกลอยจิตขนิษฐา
เห็นเจ็บปวดนวดฟั้นช่วยฝนยา ตามประสาซื่อตรงเป็นวงศ์วาน

ครั้นหายเจ็บเก็บดอกไม้มาให้บ้าง กลับระคางเคืองข้องกันสองหลาน
จะว่ากล่าวน้าวโน้มประโลมลาน ไม่สมานสโมสรเหมือนก่อนมา

ก็จนจิตคิดเห็นว่าเป็นเคราะห์ จึงจำเพาะหึงหวงพวงบุปผา
ต้องคร่ำครวญรวนอยู่ดูเอกา ก็เลยลาบิตุรงค์ทั้งวงศ์วาน

ออกจากย่านบ้านกร่ำซ้ำวิโยค กำสรดโศกเศร้าหมองถึงสองหลาน
เมื่อไข้หนักรักษาพยาบาล แต่นี้นานจะได้มาเห็นหน้ากัน

ครั้นจะมิหนีมาจะลาเล่า จะสร้อยเศร้าโศกาเพียงอาสัญ
จึงพากเพียรเขียนคำเป็นสำคัญ ให้สองขวัญเนตรนางไว้ต่างกาย

อย่าเศร้าสร้อยคอยพี่พอปีหน้า จึงจะมาทำขวัญเหมือนมั่นหมาย
ไม่ทิ้งขว้างห่างให้เจ้าได้อาย จงครองกายแก้วตาอย่าอาวรณ์

โอ้จากหลานบ้านกร่ำระกำจิต ก็เพราะคิดถึงแม่หญิงมิ่งสมร
สู้ฟูมฝนทนฟ้าอุตส่าห์จร เป็นทุกข์ร้อนแรมทางมากลางไพร

ถึงกรุงศรีอยุธยาขึ้นห้าค่ำ จึงเขียนคำจริงแจ้งแถลงไข
ให้ดวงเนตรเชษฐาด้วยอาลัย จงเห็นใจเถิดที่จิตคิดคำนึง

ถึงเจ็บไข้ไม่ตายไม่คลายรัก มีแต่ลักลอบนึกรำลึกถึง
ช่วยยิ้มแย้มแช่มชื่นอย่ามึนตึง ให้เหือดหึงลงเสียบ้างจงฟังคำ

พี่อุ้มทุกข์บุกป่ามหารณพ มาหมายพบพูดความกับงามขำ
อย่าบิดเบือนเชือนช้าทาระกำ แต่อยู่กร่ำตรอมกายมาหลายเดือน

ได้ดูงามตามทางที่นางอื่น ก็หลายหมื่นเหยียบแสนไม่แม้นเหมือน
ไม่มีสู้คู่ควรกระบวนเบือน เหมือนแม่เพื่อนชีพชายจนปลายแดน

พี่จากไปได้แต่รักมาฝากน้อง มากกว่าของอื่นอื่นสักหมื่นแสน
พอเป็นค่าผ้าห่มที่ชมแทน อย่าเคืองแค้นเลยที่ฉันไม่ทันลา

ด้วยเกิดความลามถึงเพราะหึงหวง คนทั้งปวงเขาคิดริษยา
จึงหลีกตัวกลัวบุญคุณบิดา ไปแรมป่าปิ้มชีวันจะบรรลัย

แม่อยู่ดีปรีดิ์เปรมเกษมสวัสดิ์ หรือเคืองขัดขุกเข็ญเป็นไฉน
หรือแสนสุขทุกเวลาประสาใจ สิ้นอาลัยลืมหมายว่าวายวาง

หรือพร้อมพรักพักตร์เพื่อนที่เยือนยิ้ม ให้เปรมปริ่มประดิพัทธ์ไม่ขัดขวาง
จะปราบปรามห้ามหวงพวงมะปราง ให้จืดจางจำจากกระดากใจ

นิราศเรื่องเมืองแกลงแต่งมาฝาก เหมือนขันหมากมิ่งมิตรพิสมัย
อย่าหมางหมองข้องขัดตัดอาลัย ให้ชื่นใจเหมือนแต่หลังมั่งเถิดเอย

โดย สุนทรภู่